รีวิว (Review) Vivo Y65

สมาร์ทโฟนจอใหญ่ราคาย่อมเยา บนบอดี้สวยบางเฉียบ พร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 425, RAM 3GB, ฟังก์ชัน Smart Split 3.0, กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า Smart Screen Flash, ถาดซิมแยกอิสระ, แบตเตอรี่ 3000 mAh และเล่น Line ได้ 2 ไอดี ฟีเจอร์ครบครันกับค่าตัวเบาๆ ที่ 6,999 บาท

Review Date (15-มกราคม-2561)
ขอประเดิมศักราชใหม่ด้วยการรีวิวสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นใหม่ล่าสุด ที่มาพร้อมกับดีไซน์ Unibody เรียบหรูดูน่าใช้งาน, กล้องถ่ายภาพ และคุณสมบัติด้านการประมวลผลสำหรับตอบโจทย์การใช้งานระดับเริ่มต้นได้ทุกรูปแบบอย่าง Vivo Y65 โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ได้เคาะราคาขายมาเบาๆ ที่ 6,999 บาท

สำหรับ Vivo Y65 นั้นมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายส่วนด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ ตัวเครื่องใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Unibody พร้อมฝาหลังของตัวเครื่องเป็นพื้นผิวแบบด้าน จึงทำให้จับ หรือถือใช้งานได้อย่างคล่องตัว และยังเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ยาก, หน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ความละเอียด 1280×720 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว, มีโหมดถนอมสายตาในการลดแสงสีฟ้า, รองรับฟังก์ชัน Smart Split 3.0 สำหรับเรียกใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน, กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสุงสุดที่ f/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED, กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ Smart Screen Flash, รองรับฟังก์ชันโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด ด้วยถาดแบบแยกอิสระจากช่องใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD พร้อมรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้, รองรับเทคโนโลยีการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่าย 4G (Voice over LTE) และแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh

ทางด้านคุณสมบัติการประมวลผลนั้นก็จัดอยู่ในระดับเริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Octa-Core Qualcomm Snapdragon 425 ความเร็วในการประมวลผล 1.4 GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 308, หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB, หน่วยความจำแรมขนาด 3 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 7.1.2 Nougat)

และจากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Vivo Y65 นั้นมีจุดที่น่าสนใจอยู่หลายส่วนด้วยกัน ทั้งในเรื่องของการออกแบบดีไซน์, หน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ HD ขนาด 5.5 นิ้ว, กล้องถ่ายภาพ และฟีเจอร์ครบเครื่องทุกการใช้งาน หากเทียบกับราคา 6,999 บาท ก็ถือว่ากำลังเหมาะ ส่วนการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ดีไซน์ตัวเครื่องจะสวยงามขนาดไหน และฟีเจอร์ที่มีอยู่จะตอบสนองต่อการใช้งานได้ดีเพียงใด ขอเชิญทุกท่านรับชมรีวิว Vivo Y65 พร้อมกันต่อได้เลยครับ

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์
Vivo Y65 มาในแพ็กเกจสีขาว
ซึ่งภายในแพ็กเกจก็มีอุปกรณ์พื้นฐานให้ใช้งานอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เคสใส, คู่มือการใช้งาน, เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด, หูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร, อะแดปเตอร์ และสาย microUSB
Vivo Y65 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LCD ความละเอียด 1280×720 พิกเซล ขนาด 5.5 นิ้ว โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 153.56×75.79×7.49 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 157 กรัม
ด้านหน้าส่วนบนมีกล้องดิจิทัลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.2 พร้อมไฟแฟลชแบบ Smart Screen Flash, ลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และระบบ Ambient Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
ด้านหน้าส่วนล่างมีปุ่มการสั่งงานแบบสัมผัส (Touch Panel) ได้แก่ ปุ่ม Recent Apps, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ
ด้านบนของตัวเครื่องมีถาดสำหรับสำหรับใส่ซิมการ์ดที่ 2 และช่องสำหรับเชื่อมต่อกับหูฟังแบบมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร

ด้านล่างของตัวเครื่องมีไมโครโฟน, ช่องสำหรับเชื่อมต่อกับสาย microUSB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ หรือโอนถ่ายข้อมูล และลำโพงเสียงภายนอก
ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มเปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อกหน้าจอ และปุ่มเพิ่ม-ลด ระดับเสียง
ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีถาดสำหรับใส่ซิมการ์ดที่ 1 และช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD
ด้านหลังของตัวเครื่องมาพร้อมกับกล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสุงสุดที่ f/2.2 พร้อมไฟแฟลช LED

นอกจากนี้ Vivo Y65 นั้นมีดีไซน์แบบ Unibody พร้อมฝาหลังของตัวเครื่องเป็นพื้นผิวแบบด้าน จึงทำให้จับ หรือถือใช้งานได้อย่างคล่องตัว และยังเกิดคราบเปื้อน หรือรอยนิ้วมือได้ยากอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh บรรจุอยู่ภายใน
Vivo Y65 ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 3.2 ซึ่งทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 7.1.2 Nougat พร้อมรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE กับ 3G ได้
อีกทั้งยังสามารถรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารทางเสียงผ่านโครงข่าย 4G (Voice over LTE)
โดยมีหน่วยความจำแรมขนาด 3 GB และหน่วยความจำภายในขนาด 16 GB
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสำหรับการแจ้งเตือน เช่น มีความข้อใหม่ หรือสายที่ไม่ได้รับ และยังสามารถเปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้ เช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือ WiFi
สามารถปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์ หรือเปลี่ยนธีม
สามารถนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และสามารถเปิดเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้
สำหรับฟังก์ชันโทรศัพท์ก็มีหน้าตาที่ใช้งานได้ง่าย สามารถแสดงรายชื่อโทรศัพท์ทั้งหมดได้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังสามารถเปิดใช้โหมดถนอมสายตาในการลดแสงสีฟ้า สำหรับใช้งานในสภาวะแสงน้อยได้
ทางด้านบริการต่างๆ จากทาง Google ก็มีให้ใช้งานอย่างครบครัน เช่น Google Maps หรือ Gmail

Credit https://www.youtube.com/watch?v=sYntSJn61LM/

More Like This


Categories


news