‘เสี่ยโป้’โวยผ่านเฟซบุ๊ก ถูกมือปืนบุกยิงขู่ถึงหน้าบ้าน

“เสี่ยโป้” อัดคลิปลงเฟซบุ๊ก โวยหลังตกเป็นข่าวช่วยสาวเคลียร์ถูกโกงซื้อรถกว่า 4 แสน ภายหลังกลับมีมือปืนมายิงขู่ถึงหน้าบ้าน ลั่นทำแบบนี้ชาวบ้านเดือดร้อน จากกรณี นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ “เสี่ยโป้ อานนท์” คนดังในโลกออนไลน์ได้ให้การช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งที่ไปซื้อรถยนต์มูลค่า 4 แสนบาท

โดยมีคู่กรณีเป็นชายคนหนึ่งที่อ้างว่ารู้จักกับ “เสี่ยโป้” ขายรถให้หญิงสาวแล้วรถคันดังกล่าวกลับใช้การไม่ได้ จนต้องทำเรื่องขอเงินคืน แต่ปรากฏว่า ชายคนดังกล่าวกลับหลบหนีหายไป ทำให้หญิงสาวเกิดความเสียหายไม่ได้เงินตามที่ตกลงกันไว้ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมในโลกออนไลน์มาแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจเฟซบุ๊กได้มีการโพสต์คลิปวีดีโอความยาวกว่า 10 นาที พร้อมระบุข้อความทำนองว่า “พอดีช่วงนี้ผมตามคดีโกงเงินรถ 4 แสนเอาพระปลอมมาขายอีก ไม่รู้เกี่ยวกันไหม แต่อยู่ดี ๆ มีมือปืนควายมาหน้าบ้านผม ยิงขึ้นฟ้าหลายนัด โดนนกโดนค้างคาวหรือป่าวก็ไม่รู้ ไม่กลัวตกใส่หัวแม่ใครเลย บ้านเมืองมีขื่อมีแป วอนตำรวจจับคนทำผิดมาติดคุกที”

ในส่วนของคลิปวีดีโอปรากฏเป็นภาพวงจรปิดมองเห็นคนร้าย 2 คน ขี่จักรยานยนต์ซ้อนกันมาโดยมีสุนัขไล่กัด ก่อนจะชักปืนออกมายิงหลายนัด จนสุนัขที่วิ่งไล่ถึงกับเผ่นกระเจิง ซึ่งมีการเข้าไปดูมากกว่า 152,000 ครั้ง โดยเสี่ยโป้ยังได้กล่าวในคลิปทำนองว่า “น่าจะเป็นมือปืน 300 บาท เพราะรู้ว่าผมจะออกจากบ้านเวลาเที่ยงคืน การกระทำเช่นนี้ทำเหมือนกับบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป จะยิงก็ควรยิงให้ถูกตัวไปเลย หากหัวกระสุนตกใส่บ้านเรือน ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องด้วยก็จะเดือดร้อนได้”
 
ภายหลังจากมีการโพสต์คลิปดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่มองว่าน่าจะเป็นความขัดแย้งหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งอาจไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเคลียร์รถให้หญิงสาวก็ได้ บางรายก็อยากให้เสี่ยโป้ระมัดระวังตัวมากขึ้น รวมทั้งเข้าแจ้งความให้ตำรวจออกติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม เสี่ยโป้ยังได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะที่อุ้มสุนัขขนยาวปุกปุยตัวหนึ่งโดยระบุข้อความว่า “แป๊ปซี่ ผู้ไล่กัดมือปืนดับศพนก 555” ซึ่งมีคนเข้าไปชื่นชมความแสนรู้ของสุนัขตัวดังกล่าวเป็นอย่างมาก ในส่วนของเฟซบุ๊ก “Sudarat Suksom” หญิงสาวผู้เสียหายจากการซื้อรถพัง ก็ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หวั่นเกรงมือปืนรายนี้เช่นเดียวกัน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

More Like This


Categories


news